Tag: คาสิโน
Ruby888
by ClubzD on Oct.06, 2011, under Casino online, Slot Online, Sport Betting, Uncategorized, ความรู้ทั่วไป
ruby888
More Info : ruby888 รูบี้888
ทายนิสัยจากขนาดของศีรษะ
by ClubzD on Sep.21, 2011, under Casino online, Slot Online, Sport Betting, Uncategorized, ความรู้ทั่วไป
ลักษณะและขนาดของ ศีรษะ ของ คนเรานั้นสามารถบอกถึงนิสัยใจคอของผู้นั้นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะศีรษะเล็ก หรือ ขนาดใดๆก็ตาม สามารถบอกได้หมดเลยค่ะ อยากรู้แล้วล่ะสิว่าศีรษะของคุณเป็นแบบใน วันนี้เรามีมาฝากกันถึง 14 แบบ ไปดูกันเลย ดีกว่า….

1. ศีรษะใหญ่ - ถ้าใหญ่กว่ามาตรฐานจะเป็นคนฉลาด มีเหตุผล มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงและจะประสบความสำเร็จในชีวิต
2. ศีรษะใหญ่มาก - กรณี ที่ใหญ่มากขนาดเรียกว่า “หัวโต” ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงจะเป็นคนดื้อรั้นและไม่ค่อยยืดหยุ่นบางครั้ง เป็นผลจากต่อมในร่างกายบางอย่างผิดปกติ
3. ศีรษะเล็ก - เป็นคนที่มีสัญชาตญาณระวัง เตรียมตัวล่วงหน้าได้ดี อารมณ์ขึ้นลงง่ายไร้ความคิด หุนหันพลันแล่น
4. ศีรษะเล็กมาก - เป็นลักษณะของคนเฉื่อยชา อ่อนแอและถูกชักจูงได้ง่าย เหมือนขาดการพัฒนาถึงขีดสุด ทั้งที่บางคนเป็น คนฉลาด แต่ขาดพลังในตัว
5. ศีรษะกว้างมากระหว่างสองหู - เป็นคนคล่องแคล่ว มีหัวทางธุรกิจ ไม่ค่อยสนใจขัดเกลาจิตใจเท่าไร
6. ศีรษะกว้างและเป็นโหนก - ถ้าด้านหน้า และส่วนบนของศีรษะดูกว้างเป็นลักษณะของคนที่ชอบศึกษาอาหารทางใจ พวกนี้จะอยู่ในโลกแห่งความฝัน บางครั้งสับสนระหว่างโลกความจริงกับจินตนาการ
7. คนที่มีลักษณะหัวแหลม - คนที่มีศีรษะกว้างมาก หากวัดจากส่วนบนใบหูทั้ง 2 ข้างเป็นหลัก คือ วัดจากหูด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งแล้วยาวมากกว่า 16 ซม. และศีรษะส่วนบนแคบมากจนแหลม คนที่มีลักษณะเช่นนี้จะเป็นคนกระด้าง ชอบใช้อำนาจคิดจะเป็นคนขี้อิจฉาหวงของโลภมากและเป็นคนประเภทวัตถุนิยม
8. ศีรษะรูปไข่ - หากศีรษะมีลักษณะยาวรีกลมคล้ายรูปไข่ จะเป็นคนฟุ้งซ่านสนใจเรื่องศาสนา และทุ่มเทเพื่ออุดมคติ ลักษณะเช่นนี้ ทำให้เกิดศัพท์แสลงว่า “Egg head” ขึ้น
9. ศีรษะโหนกมาก - ลักษณะเช่นนี้ เป็นลักษณะของคนที่ปล่อยให้จิตใจเป็นใหญ่ แต่ถ้าต้นคอก็โหนกนูนด้วย แสดงว่าเป็นคนมาก ในกามเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา
10. รูปศีรษะปกติ - หมายถึง ศีรษะขนาดธรรมดา ได้สัดส่วนกับร่างกาย และส่วนบนสุดของศีรษะจะกว้างกว่าเล็กน้อย เป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความสมดุลในจิตใจและร่างกาย
11. ศีรษะด้านหน้ากว้างด้านหลังแบน - มีความกว้างและความยาวกว้างเกือบเท่ากัน คนที่มีลักษณะแบบนี้จะเป็นคนที่มีกำลัง มีเสน่ห์ปรับตัวเข้ากับหมู่คณะได้ดี ของสังคม
12. ศีรษะด้านบนแบน - ถ้าพบคนที่มีลักษณะศีรษะด้านบนแบนจะเป็นคนมองอะไรผิวเผินมาก พูดจากขวานผ่าซาก สามารถ ถากถาง คนได้เจ็บแสบ
13. ศีรษะด้านหลังโหนกมาก - ลักษณะแบบนี้ มักจะพบกับคนที่มีนิสัยยึดมั่น เชื่อมั่นเปลี่ยนความเชื่อยาก
14. ศีรษะบริเวณท้ายทอยมีลักษณะลาดต่ำ - ถ้าศีรษะด้านหลังบริเวณท้ายทอยมีลักษณะนูนโหนก เป็นลักษณะของคนที่สามารถจะฝ่าฟันอุปสรรคชีวิตได้ดี มีนิสัยชอบประนีประนอมถ่อมตนเพื่อความสงบ
ครบทั้ง 14 แบบแล้วลองสังเกตุตัวเองและคนรอบข้างดูบ้างแล้วหรือยังจะได้ทราบว่าคุณหรือเค้าแท้จริงเป็นอย่างไร ???
ใช้ขวดพลาสติก เสี่ยงสมองเสื่อม
by ClubzD on Sep.19, 2011, under Casino online, Slot Online, Sport Betting, Uncategorized

ขวดน้ำพลาสติก เครื่องดื่มเย็น ๆ ในขวดพลาสติก ถ้วยพลาสติกใส่กาแฟเย็น เป็นของติดมือ เป็นเพื่อนเราแทบทุกวัน ที่จะฆ่าเราอย่างช้า ๆ
ผลวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย เยล บอกว่าสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในภาชนะพลาสติก มีผลต่อสมองและอารมณ์ของลิงในห้องทดลอง เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยว่ามีผลต่อสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
Bisphenol A หรือ BPA สารประกอบสำคัญในพลาสติก ที่อุตสาหกรรมพลาสติกนำมาทำภาชนะต่าง ๆ ให้เรารู้สึกว่าสะดวก เบา ไม่แตกง่าย ใส่ได้ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม แต่ตัว BPA นี้จะซึมออกจากพลาสติกมาผสมกับอาหารและน้ำดื่มที่เราบรรจุอยู่ และที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมีการตรวจปัสสาวะของคนทั่วไป ปรากฏว่า พบสารตัวนี้ถึง 93% ในประชากรทั้งหมด
ในสถาบันทดลองของมหาวิทยาลัย เยล ได้ทดลองให้ลิงได้รับสาร BPA ในปริมาณที่หน่วยงานความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมของอเมริการับรองว่าปลอดภัยต่อมนุษย์ ผลปรากฏว่า เซลล์สมองของลิงมีผลกระทบต่อความจำ อารมณ์ และการเรียนรู้ใหม่

นักวิจัยก็พยายามทดลองต่อไปอีกว่า แล้วปริมาณต่ำแค่ไหนที่จะไม่มีผลกระทบต่อเซลล์สมองของลิง และวิจัยเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า ระดับที่ปลอดภัยต่อมนุษย์ ควรเป็นเท่าไหร่กันแน่
แต่ผลวิจัยนี้ก็ได้รับการโต้แย้งจากหน่วยงานสมาคมเคมีของอเมริกาว่ายังไม่มีหลักฐานแน่ชัดใด ๆ ที่บอกว่า BPA ในพลาสติกมีผลต่อสุขภาพมนุษย์ ขณะเดียวกัน FDA ของอเมริกาก็บอกว่าอัตราส่วนผสม BPA ในภาชนะพลาสติกยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และไม่มีอันตรายใด ๆ
ข้อโต้เถียงนี้มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลาสติกแน่นอน เฉพาะในอเมริกามีการใช้ BPA มากกว่า 7 พันล้านปอนด์ต่อปี และมีธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นมูลค่ากว่าพันล้านดอลล่าร์ ซึ่งก็พยายามที่จะให้ทุนแก่หน่วยงานต่าง ๆ ทำวิจัยว่า BPA ไม่มีอันตราย เพราะหากสรุปได้ว่าอันตรายธุรกิจมหาศาลมีปัญหาแน่ ๆ
ในแคนาดา กำลังจะมีการออกกฎหมายไม่ให้ใช้สาร BPA ในขวดนม และของใช้ ของเล่นเด็ก รวมถึงห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ วอลมาร์ท ก็ได้ประกาศลดการจำหน่าย ขวดนมเด็ก ขวดน้ำดื่ม ที่มีส่วนผสมของสาร BPA โดยเลือกขายเฉพาะที่ระบุว่า BPA Free
บ้านเราคงไม่ต้องรอหน่วยงานรัฐ ดูแลเราให้ดีขนาดนั้น เพียงแต่เตือนตัวเองว่า ให้หลีกเลี่ยงภาชนะพลาสติกให้ได้ทุกโอกาส เพราะเดี๋ยวสมองที่ไม่ค่อยใสอยู่แล้วพาลจะแย่ยิ่งขึ้นไปอีก
พลังคำพูดด้านบวก
by ClubzD on Sep.13, 2011, under Casino online, Slot Online, Sport Betting, Uncategorized
คนเราทุกคนมีจิตเดิมแท้ที่เป็นประภัสสรหรือดีงาม แต่ความรู้สึกด้านลบต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาในภายหลัง หลังจากที่ได้รับข้อมูลด้านลบต่างๆ การใช้คำพูดด้านบวกกับตัวเอง (Auto – suggestion) เรามักจะไม่ค่อยรู้ตัวว่าในแต่ละขณะ แม้เราจะไม่ได้กำลังพูดออกมาดังๆ แต่เราพูดกับตัวเองอยู่ในใจเสมอๆ เกือบตลอดเวลา
การสนทนากับตัวเองในสมองของเราจะเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนกับเทปที่เปิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และบ่อยครั้งที่การสนทนาในสมองของเรานั้นเป็นไปในทางลบ ซึ่งเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยที่เราไม่ทราบว่าการสนทนานั้นส่งผลลบอย่างไรไปสู่ร่างกาย จิตใจ และการกระทำต่างๆ ของคนเราบ้าง งานเสริมทำออนไลด์ผ่าน net รายได้ 5 หมื่น บ/ด ขั้นต่ำ สนใจสมัครที่ www.234.true.ws เราควรระลึกอยู่เสมอว่าจิตใต้สำนึก ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคนเรา โดยที่ไม่สามารถแยกแยะ ได้ว่าข้อมูลนั้นดีหรือไม่ดี, เที่ยงตรงหรือไม่เที่ยงตรง, สร้างสรรค์หรือทำลายอย่างไร และข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมต่างๆ ของคนเรา เมื่อเราทราบเช่นนี้เราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้โดย การเปลี่ยนข้อมูลในจิตใต้สำนึกของเราเองด้วยคำพูดของตัวเราเอง แนวคิดต่อไปนี้จะช่วยให้การใช้คำพูดด้านบวกกับตัวเอง (Auto – suggestion) ได้ผลดียิ่งขึ้น
- เราจะต้องเชื่อมั่นว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้ และเราสามารถสร้างความสำเร็จ, สุขภาพที่ดี, ความสุข และความสงบของจิตใจได้จากการเปลี่ยนข้อมูลในจิตใต้สำนึกของตัวเราเอง – เราจะฝึกนิสัยฟังคำสนทนาในสมองของตัวเราเองให้มากขึ้น
- เมื่อเราได้ยินคำสนทนาด้านลบในสมองของเรา เช่น สอบตกแน่ๆ ไม่มีทักษะทางกีฬา, ความจำแย่, ฯลฯ เราจะรีบขจัดคำสนทนาเหล่านี้ด้วยคำพูดในใจว่า “เลิกคิด” – เราจะแทนที่คำสนทนาด้านลบด้วยคำสนทนาด้านบวก เช่น
ลบ : ผมทำไม่ได้แน่นอน
บวก : ผมจะต้องทำให้ได้
ลบ : ผมไม่มีความสามารถในเรื่องนี้เลย
บวก : ผมฝึกบ่อยๆ ผมจะต้องทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
ลบ : ความจำผมแย่มาก
บวก : ผมจะฝึกความจำทุกวัน และความจำผมจะต้องดีขึ้นแน่นอน
ลบ : ทักษะทางภาษาของผมไม่มีเลย
บวก : ทุกคนสามารถเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้
ลบ : ทำไมผมจึงจะต้องเปลี่ยนวิธีใหม่
บวก : ผมจะเริ่มทดลองทำในวันพรุ่งนี้เลย
- ช่วงเวลาที่จิตใต้สำนึกรับข้อมูลใหม่ๆ ได้ดีที่สุด คือ ช่วงเวลาที่เรามีคลื่นสมองต่ำมีความถี่ระหว่าง 9 – 13 รอบต่อวินาที หรือที่เรียกว่า สภาวะอัลฟา
- เพื่อที่จิตใต้สำนึกจะบันทึกข้อมูลใหม่ได้ง่ายขึ้น ควรเลือกประโยคคำพูดด้านบวกเพียงประโยคเดียวแล้วพูดซ้ำๆ 5 – 10 รอบ ในการพูดด้านบวกกับตัวเองแต่ละครั้ง วันหนึ่งควรทำ 2 ครั้ง ในสภาวะที่คลื่นสมองต่ำๆ อาจจะเป็นช่วงก่อนนอนหรือเพิ่งตื่นนอน ระยะแรกๆ เราอาจจะไม่เห็นผลดีชัดเจน แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องกันไปอย่างสม่ำเสมอประมาณ 21 วัน ผลดีต่างๆ จะเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เช่น มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น, รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น, มีความรู้สึกดีๆ ให้กับคนรอบข้างมากขึ้น, เรียนหนังสือดีขึ้น ฯลฯ หลัง 21 วันแล้ว อาจจะพูดกับตัวเองด้วยประโยคเดิม หรือ เลือกประโยคใหม่ที่จะใช้พูดกับตัวเอง
ตัวอย่างประโยคคำพูดด้านบวกกับตัวเองต่างๆ สำหรับเด็กๆ
…. เป็นคนที่ยอดเยี่ยม
…. เป็นคนที่น่ารัก
…. เป็นคนที่ฉลาด
…. เป็นคนที่สมองดี
…. เป็นคนที่เรียนเก่ง
…. เป็นคนที่แข็งแรง
…. เป็นคนที่รูปร่างดี
…. เป็นคนที่เล่นกีฬาเก่ง
…. เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น
…. เป็นคนที่เพื่อนๆ รัก
ตัวอย่างคำพูดด้านบวกต่างๆ สำหรับผู้ใหญ่ “ยิ่งฉันมีอายุมากขึ้น ฉันยิ่งแข็งแรงขึ้น มีเสน่ห์มากขึ้น เก่งขึ้นในทุกๆ ด้าน”
…. เป็นคนที่ยอดเยี่ยม
…. เป็นคนที่มีความสามารถ
…. เป็นคนที่มีเสน่ห์และน่ารัก
…. เป็นคนที่ชอบทำให้ตัวเอง และผู้อื่นมีความสุข
…. เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
…. เป็นคนที่แข็งแรง
…. เป็นคนที่อารมณ์ดี ใจเย็น
…. เป็นคนที่กล้าหาญและเข้มแข็ง
…. เป็นคนที่มีความรัก ให้กับตัวเอง และผู้อื่น หลายๆ คนจะรู้สึกอึดอัด ขัดใจ รู้สึกว่ากำลังหลอกตัวเอง หรือโกหกตัวเอง เมื่อจะต้องพูดด้านบวกกับตัวเอง (Auto – suggestion) หลายคนคิดว่าจะพูดสิ่งที่ดีๆ เหล่านี้กับตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องที่จะพูดไม่ได้เป็นความจริง เช่น ตัวเราเองคิดว่าตัวเราเป็นคนโง่ จะให้พูดว่าตัวเองเป็นคนฉลาดได้อย่างไร? ถ้าเราพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว
เราคงต้องยอมรับคำสอนเกี่ยวกับความดีงามที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของมนุษย์ว่า “จิตเดิมแท้ของคนเรานั้นเป็นประภัสสรหรือดีงาม” ซึ่งก็หมายความว่าคนเราไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับข้อมูลด้านลบในจิตใต้สำนึก ส่วนข้อมูลด้านลบต่างๆ นั้น เราเพิ่งได้รับการบันทึกขึ้นมาในภายหลัง (ไม่เก่ง โง่ เลว แย่ น่าเกลียด) และจากการบันทึกข้อมูลด้านลบครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ในวัยเด็กจนโต ทำให้เราเริ่มเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับตัวเองจริงๆ เราลองมาพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้กันดูดีกว่า ลองถามกลุ่มผู้ใหญ่ ด้วยคำถามด้านบวกต่างๆ เช่น ใครคิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งบ้างครับ, ใครคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ยอดเยี่ยมบ้างครับ, ใครคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีเสน่ห์และน่ารักบ้างครับ? คำตอบที่ได้ก็คือ ส่วนใหญ่จะไม่มีใครยกมือตอบว่าใช่ ในทางกลับกันถ้าถามเด็กๆ ที่เพิ่งรู้ความด้วยคำถามทำนองเดียวกัน จะชูมือสลอนและแทบทุกคนจะตอบว่าใช่ เราเริ่มเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า การพูดด้านบวกกับตัวเอง (Auto – suggestion) ไม่ได้เป็นการหลอกตัวเองหรือโกหกตัวเองเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นการพูดความจริงที่เราอาจจะรู้สึกอึดอัดใจ
ในระยะแรกๆ เนื่องจากข้อมูลในจิตใต้สำนึกต่างๆ ที่เราได้รับมาแต่เล็กแต่น้อยนั้น ส่วนใหญ่เป็นไปในทางลบ (ยิ่งเรามีข้อมูลด้านลบในจิตใต้สำนึกมากเท่าใด เราก็จะรู้สึกอึดอัดที่จะพูดดีๆ กับตัวเองมากเท่านั้น บางคนมีข้อมูลด้านลบเกี่ยวกับตนเองในจิตใต้สำนึกมาก จนไม่สามารถพูดดีๆ กับตัวเองได้ หรือทนรับฟังคำพูดดีๆ จากคนรอบข้างได้เลย) ซึ่งตรงกันข้ามกับคำพูดดีๆ ที่เรากำลังพูดอยู่กับตัวเอง เราควรพึงระลึกถึงสัจจะหรือความจริงของชีวิต ที่นักปราชญ์ตะวันออกพร่ำสอนมาเป็นเวลาหลายๆ พันปี อยู่เสมอว่า คนเราทุกคนมีจิตเดิมแท้ที่เป็นประภัสสรหรือดีงาม ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกด้านลบต่างๆ เช่น โง่ เลว แย่ น่าเกลียด ซื่อบื้อ ไม่เก่ง ฯลฯ แต่ความรู้สึกด้านลบต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาในภายหลัง หลังจากที่ได้รับข้อมูลด้านลบต่างๆ จากคนรอบข้าง และข้อมูลด้านลบต่างๆ นี้ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกด้านลบต่างๆ ที่บันทึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนเราโดยที่เราเองอาจจะไม่รู้สึกตัว (บางคนได้รับข้อมูลด้านลบต่างๆ ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้า ตั้งแต่ในวัยแบเบาะ)
ถ้าเราพูดดีๆ กับตัวเองเสมอๆ ทุกวัน แม้จะต้องฝืนหรืออึดอัดใจบ้างในระยะแรกๆ ความรู้สึกฝืนใจหรืออึดอัดใจที่มักจะเกิดขึ้นในระยะแรกๆ ของการพูดดีๆ กับตัวเองนี้ จะค่อยๆ เปลี่ยนไป ความสบายใจ สุขใจ จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ ในไม่ช้าข้อมูลใหม่ๆ ด้านบวกนี้จะเข้าไปแทนที่ข้อมูลด้านลบในจิตใต้สำนึกของเรา ซึ่งจะทำให้เรามีความคิด ทัศนคติและพฤติกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไปในทางบวกมากขึ้น
รู้เรื่องกิน ก่อนจะออกกำลังกาย
by ClubzD on Sep.07, 2011, under Casino online, Slot Online, Sport Betting, Uncategorized

คนเราแต่ละคนย่อมต้องการพลังงานที่แตกต่างกัน คนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือคนที่เป็นนักกีฬา คนท้อง หรือแม้แต่คนธรรมดา ก็ต้องการพลังงานและสารอาหารที่แตกต่างกันไปมาดูกันว่าสารอาหาร 5 หมู่ที่เราท่องจำกันมาตั้งแต่เด็ก มันให้อะไรกับเรากันแน่ เพื่อที่เราจะได้นำไปปรับใช้กับตัวเองได้ถูกต้อง เหมาะกับแต่ละคน
โปรตีน หลายคนท่องว่า ให้พลังงาน นั่นจริงส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้ว โปรตีนจะไปเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้กับร่างกาย และซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่สึกหรอไป โปรตีนจึงมาก ๆ กับคนที่เป็นนักกีฬา หรือคนที่กำลังออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อของตน สำหรับคนธรรมดาเราควรทานเป็นประจำ แต่การทานมากเกินไป จะทำให้ตับและไตทำงานมากเกินจำเป็น เพราะโปรตีนจะถูกจับออกมาในรูปของปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขาดน้ำด้วย
คาร์โบไฮเดรต อาหารให้พลังงานอย่างแท้จริง แป้ง หรือสารอาหารคาร์โบไฮเดรต เมื่อร่างกายรับเข้าไปจะถูกย่อยให้เป็นน้ำตาลและถูกใช้เป็นพลังงาน หากเหลือ จะแปรรูปเก็บอยู่ในรูปไกลโคเจน เพื่อเป็นพลังงานสะสม หากเรารับประทานอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป ร่างกายใช้ไม่หมด ก็จะถูกเก็บสะสมมากขึ้น ๆ นานวันเข้า มันจะกลายเป็นไขมัน ทำให้เราอ้วนอีก ดังนั้นทานแป้งก็ทานแต่พอดี จะให้ดี ทานแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่างพวกธัญพืช ต่างๆ ข้าวไม่ขัดสี หรือขนมปังก็เลือกแบบโฮลวีท รับรองไม่อ้วน แถมยังได้วิตามินอีกด้วย
ไขมัน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะปกติร่างกายจะดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตออกมาใช้ก่อน จากนั้นจึงดึงไขมันออกมาใช้ หากเราขาดไขมันมาก ๆ ร่างกายจะดึงเอาโปรตีนออกมาใช้แทน ทันนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า คนที่ขาดสารอาหาร ร่างกายถึงได้ผอมแห้งเหี่ยว เหมือนหนังหุ้มกระดูก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานทุกวัน แต่ร่างกายไม่สามารถถึงเอาไขมันและคาร์โบไฮเดรตออกมาใช้ได้ โปรตีนจึงถูกดึงมาใช้แทน ดังนั้นจึงควรทานทุกอย่างให้สมดุล
วิตามิน อยู่ในรูปของผักและผลไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในธัญพืช ก็มีวิตามินอยู่ไม่น้อย เช่นวิตามินบี 6 และ บี 12 วิตามินจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้ ไม่ทำให้เราเจ็บป่วยง่ายนัก
เกลือแร่ หากบริโภคอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ก็จะได้รับเกลือแร่ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมด้วย
น้ำ สิ่งจำเป็นต่อชีวิตที่ขาดไม่ได้ ทั้งช่วยคลายความร้อนในร่างกาย นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ปริมาณที่ควรดื่ม ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและการเคลื่อนไหวของร่างกาย
กุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี อยู่ที่การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้พอกับความต้องการของร่างกาย ออกกำลังกาย แลทำจิตใจให้สดชื่นอยู่เสมอ แค่นี้สุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินมือคุณแล้ว
